วันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การผสมปุ๋ยเคมีใช้เอง

          นอกจากใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จแล้ว เกษตรกรสามารถผสมปุ๋ยเคมีใช้เองเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้ปุ๋ยเคมีสูตรสำเร็จ โดยการนำแม่ปุ๋ยเคมีที่ให้ธาตุอาหารหลักมาผสมใช้เองตามสูตรที่ต้องการ สำหรับแม่ปุ๋ยที่แนะนำให้ใช้เป็นแม่ปุ๋ยที่สะดวกในการจัดซื้อและราคาถูก ได้แก่
          - ปุ๋ยไดแอมโมเนียมฟอสเฟต ( 18-46-0)
          - ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0 )
          - ปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์( 0-0-60 )

วันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ปุ๋ยยางพาราหลังเปิดกรีด

ปุ๋ยยางพาราหลังเปิดกรีด
          - ทุกเขตปลูกยางใช้ปุ๋ยสูตร 30 – 5 – 18
          - ทั้งเขตปลูกยางเดิมและเขตปลูกยางใหม่ให้ใส่ปุ๋ยครั้งละ 500 กรัม ต่อต้น ปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรกใส่ต้นฤดูฝนประมาณเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม หลังจากยางผลัดใบในขณะที่ใบยังเป็นใบ เพสลาด และครั้งที่2 ใส่ประมาณเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน ก่อนที่ใบยางจะแก่
วิธีการใส่ปุ๋ยยางพาราหลังเปิดกรีด
          - ในพื้นที่ราบ ให้หว่านปุ๋ยห่างจากบริเวณโคนต้นยางประมาณ 3 เมตร หรือบริเวณกึ่งกลาง
ระหว่างแถว คราดกลบให้ปุ๋ยอยู่ใต้ผิวดิน
          - ในพื้นที่ลาดเทที่ไม่ต้องทำขั้นบันไดหรือท้องที่ที่มีฝนตกชุก ให้ใส่แบบหลุม 4 หลุม รอบ
ต้นแล้วฝังกลบ
          - ในพื้นที่ลาดชันที่ทำขั้นบันได ให้หว่านปุ๋ยลงบนขั้นบันไดตลอดแถวยาง

วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วิธีการใส่ปุ๋ยยางพาราก่อนเปิดกรีด

1. ใส่แบบหว่าน เหมาะสำหรับพื้นที่ราบ เมื่อหว่านแล้วคราดกลบ
2. ใส่เป็นแถบ เหมาะสำหรับพื้นที่ลาดเทเล็กน้อย หรือพื้นที่ที่ทำขั้นบันได โดยเซาะร่องใส่ปุ๋ยแล้วกลบ
3. ใส่แบบหลุม เหมาะสำหรับพื้นที่ลาดชัน ใช้ 2 หลุมต่อต้นแล้วฝังกลบ

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การใช้ปุ๋ยในสวนยาง

          พื้นที่ปลูกยางส่วนใหญ่เป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เคยทาํ การเกษตรมาก่อน จึงจำเป็นต้องใส่ปุ๋ยบำรุงให้ต้นยางอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของต้นยางในการสร้างความเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตที่สูง
ปุ๋ยยางพาราก่อนเปิดกรีด
          - เขตปลูกยางเดิม ใช้ปุ๋ยสูตร 20-8-20
          - เขตปลูกยางใหม่ ใช้ปุ๋ยสูตร 20-10-12

วันอังคารที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การปลูกพืชร่วมยาง

พืชร่วมยาง หมายถึง พืชที่ปลูกควบคู่กับการปลูกยาง สามารถเจริญเติบโตร่วมกับยางได้
หลักในการพิจารณาปลูกพืชร่วมยาง
- คำนึงผลตอบแทนจากการลงทุนปลูกพืชร่วมยางแต่ละชนิด
- เกษตรกรควรคุ้นเคยกับการปฏิบัติดูแลรักษาพืชร่วมยางที่เลือกปลูก
- พืชร่วมยางที่ปลูกต้องไม่กระทบกระเทือนการปฏิบัติงานในสวนยาง หรือมีผลต่อการ
เจริญเติบโตของต้นยาง จนทำให้ผลผลิตจากต้นยางลดลง
- ชนิดของพืชร่วมยางที่สำคัญ ได้แก่ ระกำหวาน สละ หวาย กระวาน หน้าวัว ฯลฯ

วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2555

หลักในการพิจารณาปลูกพืชแซมยาง

- ควรปลูกพืชที่ตลาดมีความต้องการ
- ควรใช้แรงงานในครอบครัว
- พืชที่ปลูกควรเป็นพืชล้มลุก อายุสั้น
- ไม่ควรปลูกหลังจากต้นยางอายุ3 ปี
- การปลูกพืชแซม ควรปลูกห่างจากแถวยางไม่ต่ำกว่า 1 เมตร
- ควรมีการใส่ปุ๋ยให้กับพืชแซมด้วย
- การปลูกพืชไร่ต่าง ๆ เป็นพืชแซมยาง ควรปลูกสลับกับพืชตระกูลถั่ว
- ไม่ควรปลูกพืชแซมยางในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ
- พืชที่ไม่แนะนำ คือ มันสำปะหลัง และละหุ่ง
- การปลูกพืชแซมยาง ควรเว้นระยะระหว่างแถวยางไม่ต่ำกว่า 7 เมตร แต่ต้องมีจำนวน ต้นยางไม่น้อยกว่า 64 ต้นต่อไร่
- หลังจากปลูกพืชแซมยาง ให้ปลูกพืชตระกูลถั่วแทนทันที

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การปลูกพืชแซมยาง

การปลูกพืชแซมยาง
          พืชแซมยาง หมายถึงพืชที่ปลูกระหว่างแถวยางในขณะที่ต้นยางมีอายุไม่เกิน 3 ปี ได้แก่ ข้าวไร่
ข้าวโพด สับปะรด กล้วย ฯลฯ